วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
สธ.หนองบัวลำภู เตือนประชาชนที่ชอบบริโภคเห็ดป่าต้องดูให้แน่ใจ ป้องกันภัยจากเห็ดพิษ
นาย แพทย์บุญชัย ธีระกาญจน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู
กล่าวว่า ในระยะนี้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง
ทำให้เห็ดหลายชนิดผุดขึ้นตามป่าเขา แต่บางชนิดดูไม่ออกว่ามีพิษหรือไม่
หากไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ หรือไม่รู้แหล่งที่มา ห้ามนำมากินเด็ดขาด
โดยเฉพาะเห็ดที่มีสีขาวนวลลักษณะคล้ายไข่เป็ดไข่ไก่
เห็ดที่มีวงแหวนใต้หมวก มีปลอกหุ้มโคน มีโคนอวบใหญ่และมีปุ่มปม
เห็ดที่มีลักษณะคล้ายสมองหรืออานม้าซึ่งบางชนิดต้มแล้วกินได้
แต่บางชนิดมีพิษร้ายแรงสามารถทำให้ระบบการทำงานของตับและไตล้มเหลวจนเสีย
ชีวิต แม้นำมาทำให้สุกด้วยความร้อนก็ไม่สามารถสลายพิษได้
ยิ่งดื่มสุราหรือแอลกอฮอล์ร่วมด้วยจะเป็นตัวเสริมให้ฤทธิ์ของพิษแรงขึ้น
เห็ดพิษในประเทศไทยมีอยู่หลายชนิด
ทั้งที่มีพิษร้ายแรงที่สุดทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ คือ
เห็ดในสกุลอะมานิตา (Amanita) และเห็ดในสกุลเฮลเวลลา (Helvella)
ประชาชนควรรู้จักและจดจำเห็ดพิษที่สำคัญ ซึ่งมีพิษรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ดพิษเหล่านี้ ได้แก่ เห็ดระโงกพิษ
ที่สำคัญมีอยู่ 3 ชนิด คือ Amanita phalloides , Amanita verna และ
Amanita virosa ซึ่งมีชื่อตามภาษาท้องถิ่น คือ เห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก
หรือ เห็ดสะงาก และ เห็ดไข่ตายซาก
รูปร่างทั่วไปคล้ายกับเห็ดระโงกที่รับประทานได้
แต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญคือ เห็ดระโงกที่รับประทานได้
ขอบหมวกมักจะเป็นริ้วคล้ายรอยหวี มีกลิ่นหอมและก้านดอกกลวง ส่วน
เห็ดระโงกที่เป็นพิษ ดังกล่าว กลางดอกหมวกจะนูนขึ้นเล็กน้อย
โดยเฉพาะปลอกหุ้มโคน จะยึดติดกับก้านดอก ก้านดอกตัน
หรือเป็นรูปที่ไส้กลางเล็กน้อย
มีกลิ่นเอียนและกลิ่นค่อนข้างแรงเมื่อดอกแก่
มักเกิดแยกจากกลุ่มเห็ดที่รับประทานได้ มีทั้งแบบดอกสีเหลืองอ่อน
สีเขียวอ่อน สีเทาอ่อน และสีขาว
เห็ดชนิดอื่นที่มีพิษไม่รุนแรงแต่อาจจะทำให้ผู้ป่วยเสียเวลาและเงินทองในการ
รักษา หรือถ้าผู้ป่วยมีโรคแทรกก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ เช่น
เห็ดพิษที่ภาษาท้องถิ่นทางอีสานเรียกว่า เห็ดเพิ่งข้าวก่ำ (Boletus
santanas) เห็ดคันจ้อง หรือ เห็ดเซี่ยงร่ม(Coprinus atramentarius) และ
เห็ดหมากหม่าย (คล้ายเห็ดโคน) เป็นต้น อาการของผู้ที่รับประทานเห็ดพิษ
ส่วนใหญ่จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ง่วงนอน
ใจสั่นหรือปวดท้องอย่างรุนแรง ฉะนั้น
หากบริโภคเห็ดชนิดใดเข้าไปแล้วเกิดอาการดังกล่าว ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
ถึงแม้ว่าเห็ดพิษบางชนิด พิษจะไม่รุนแรงมากนักก็ตาม
แต่ถ้าผู้ที่บริโภคเห็ดมีร่างกายอ่อนแอหรือเป็นโรคภูมิแพ้ก็อาจจะเป็น
อันตรายถึงแต่ชีวิตได้ นายแพทย์บุญชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า
ประชาชนที่เก็บเห็ดมารับประทานเองรวมทั้งประชาชนที่ซื้อเห็ดจากท้องตลาด
ควรสอบถามที่มาที่ไปให้แน่ชัดเพื่อความปลอดภัย
ทางที่ดีเลือกซื้อเห็ดจากฟาร์มเพาะจะปลอดภัยมากกว่า
วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
อีกแล้ว! บั้งไฟยักษ์ตกใส่หลังคาบ้านพังยับ
ตกใส่หลังคาบ้านชาวบ้านพังยับ ยาย 63
ไกวเปลกล่อมหลานนอนถึงกับเป็นลมล้มพับ
ขณะที่คณะผู้จัดงานรับปากพร้อมจะชดใช้ค่าเสียหาย
รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ต.โนนมือง
อ.เมือง หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นงานบุญร่วมกัน 3 หมู่บ้าน คือ
บ้านโนนม่วงใต้ บ้านโนนม่วง และ บ้านโนนเปมชัย
ได้จัดงานประเพณีบุญบั้งไที่ใหญ่ที่สุดในจังวัด
ซึ่งไฮไลต์ของงานอยู่ที่การจุดบั้งไฟสิบล้าน
ที่ถือว่าเป็นบั้งไฟที่ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศในขณะนี้ด้วย
ทั้งนี้ ขนาดหัวบั้งไฟใช้ท่อพีวีซี ขนาดความกว้าง 10 นิ้ว หนา 8.5
มิลลิเมตร ยาว 4.3 เมตร ความยาวรวมหาง 12 เมตร ต้องใช้ดินประสิวถึง 120
กก.โดยใช้ฐานจุดที่ บ.โนนม่วง โดยประธานจุดบั้งไฟ จับเวลาได้ถึง 88
วินาที
หลังจากนั้นไม่นาน
ก็มีการแจ้งข่าวว่าบั้งไฟดังกล่าวได้ตกลงใส่บ้าน นางทองดี ลีลศ อายุ 63
ปี ที่บ้านเลขที่ 21/1 หมู่ที่ 1 บ้านโนนหว้าทอ ต.โนนม่วง อ.ศรีบุญเรือง
จ.หนองัวลำภู อยูห่างจากฐานจุดประมาณ 10
กม.ที่กำลังนั่งไกวเปลหลานที่บริเวณหน้าบ้าน
บั้งไฟตกลงทะลุหลังคาบริเวณห้องนอนของลูกสาว
ขณะเกิดเหตุได้ออกไปร่วมขบวนแห่บั้งไฟ
ที่หมู่บ้านโนนหว้าทองก็จัดขึ้นเช่นกัน โดย นางทองดี
ถึงกับเป็นลมหมดสติเพื่อน
บ้านต้องพาไปส่งโรงพยาบาลแพทย์ตรวจไม่พบอาการบาดเจ็บจึงกลับมาที่บ้าน
ขบวนบั้งไฟที่ตกลงมาได้ขาดเป็นหลายท่อน
ส่วนสภาพบ้านนอกจากจะมีรูโหว่ทีหลังคาบ้านแล้ว
แรงกระแทกยังทำให้พื้นบ้านคอนกรีตยุบตัวลงเป็นรอยกว้างครึ่งเมตร ยาว 2
เมตร ฝาห้องที่กั้นด้วยไม้อัดพังลง
และตู้เสื้อผ้าถูกกระแทกแตกเป็นรูหลายแห่ง นอกจากนี้
ที่นอนยังถูกสะเก็ดดินปืนไหม้เป็นรูหลายผืน
นางทองดี เล่าเหตุการณ์ว่า
ขณะไกวเปลหลานที่บริเวณแคร่หน้าบ้านซึ่งหลังคามุงหญ้า
ก็ได้ยินแต่เสียงบั้งไฟสิบล้านที่จุดอีกหมู่บ้านหนึ่งตกใส่ที่บ้านขอตน
แล้วมีคนตะโกนบอกว่าบั้งได้ตกใส่บ้านของตน
จากนั้นตนก็เป็นลมหมดสติไม่รู้เรื่องอะไรไปฟื้นอีกทีก็ที่โรงพยาบาล
นายสถิตย์ บุญมี ผญบ.โนนม่วงใต้ ประธานจัดงาน ได้บอกว่า
บ้านที่เสียหายในครั้งนี้
คณะผู้จัดงานพร้อมจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น
ส่วนการตกลงค่าเสียหายคงจะต้องสำรวจความเสียหายก่อน
แล้ววันหลังค่อยมาเจรจาชดใช้คืน
ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีใครอยากจะให้เกิด
วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
สาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู เร่งสร้างความเข้าใจให้กับประชนถึงความแตกต่างของโรคที่กำลังระบาด ป้องกันความเข้าใจผิด
เร่งสร้างความเข้าใจให้กับประชนถึงความแตกต่างของโรคที่กำลังระบาด
ป้องกันความเข้าใจผิด
from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ
นาย แพทย์บุญชัย ธีระกาญจน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู
กล่าวว่า ในขณะนี้นอกจากจะมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ยังมีโรคชิคุนกุนยาและโรคไข้เลือดออกที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
เพราะเป็นโรคที่มีลักษณะอาการคล้ายกันและเกิดการระบาดในช่วงเวลาดียวกัน
ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจถึงความแตกต่างของโรคและเพื่อป้องกันความเข้าใจ
ผิด และประชาชนจะได้เตรียมรับมือและดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจึงขอทำความเข้าใจ
ดังนี้ ไข้เลือดออก เกิดจากเชื้อไวรัสแดงกี่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค
ผู้ป่วยอาจจะมีไข้สูงเฉียบพลันประมาณ 2-7 วัน ปวดตามตัว ปวดกระบอกตา
ปวดกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร หน้าแดง ปวดศีรษะ ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน
บางรายอาจมีจุดเลือดสีแดงขึ้นตามลำตัว แขน ขา
อาจมีกำเดาหรือเลือดออกตามไรฟันและถ่ายอุจจาระดำเนื่องจากเลือดออกและอาจทำ
ให้เกิดอาการช็อคได้ ในรายที่ช็อคจะสังเกตได้จากที่ไข้ลดแต่ผู้ป่วยซึมลง
ตัวเย็น หมดสติ และเสียชีวิตได้ ชิคุนกุนยา
เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาซึ่งมีถิ่นกำเนิดแรกอยู่ที่ทวีป
แอฟริกาและมียุงลายเป็นพาหะนำโรค พบในทุกกลุ่มอายุ
ซึ่งต่างจากโรคไข้เลือดออกที่มักพบในผู้ที่อายุน้อยกว่า 15 ปี
ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงอย่างฉับพลันร่วมกับอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น
มีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูกหรือข้อ ปวดศีรษะ
ปวดกระบอกตาหรือมีเลือดออกตามผิวหนังและอาจมีอาการคันร่วมด้วย
พบตาแดงแต่ไม่ค่อยพบจุดเลือดออกในตาขาว ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A สายพันธุ์ H1N1
ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้อาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้สูง
ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอและมีน้ำมูก
ไวรัสชนิดนี้มีการติดต่อเช่นเดียวกันกับไข้หวัดใหญ่ในคน
โดยทั่วไปเชื้อโรคจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย
และสามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้โดยการไอหรือจาม รดกันในระยะใกล้ชิด
หรือติดจากมือและสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ นายแพทย์สาธารณสุข
กล่าวเพิ่มเติมว่า
การควบคุมการแพร่พันธุ์ของยุงลายเป็นวิธีการป้องกันไข้เลือดออกที่ดีที่สุด
ต้องหมั่นตรวจดูที่ภาชนะกักเก็บน้ำเพราะเป็นแหล่งที่ยุงลายชอบวางไข่
หากพบลูกน้ำให้ใส่ทรายอะเบทเพื่อกำจัดลูกน้ำ
หรือปิดฝาภาชนะให้มิดชิดเพื่อป้องกันไม่ให้ยุงลายมาวางไข่ได้
และควรปล่อยปลาในอ่างที่ปลูกต้นไม้เพราะปลาจะกินลูกน้ำเป็นอาหาร
และคนในบ้านต้องป้องกันตัวเราไม่ให้ถูกยุงกัดด้วย
ที่สำคัญต้องเฝ้าสังเกตคนในบ้านว่ามีอาการคล้ายกับโรคไข้เลือดออกหรือชิคุ
นกุนยาหรือไม่ หากมีให้รีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน
ส่วนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
สามรถป้องกันได้โดยการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและออกกำลังกายอย่างสม่ำ
เสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สะอาดและปรุงสุกใหม่
หากผู้ป่วยหรือมีอาการไข้ควรสวมหน้ากากอนามัยและหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน
สาธารณสุขหนองบัวลำภู แจ้งเตือนประชาชน ป้องกันโรคไข้เลือดออกในช่วงหน้าฝน
นาย แพทย์บุญชัย ธีระกาญจน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู
เปิดเผยว่า จากข้อมูลของงานระบาดวิทยา
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู
พบว่าในขณะนี้จังหวัดหนองบัวลำภูมีผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกแล้ว 11 ราย
เป็นชาย 4 ราย และหญิง 7 ราย ซึ่งผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวมีอายุระหว่าง
5-18 ปี ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกที่ดีที่สุด
คือ การควบคุมการการขยายพันธุ์ของยุงลายด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
เช่น คว่ำกะลา ยางรถยนต์เก่า กระป๋อง จานรองขาตู้กับข้าว
สำหรับภาชนะในครัวเรือน เช่น โอ่ง ถังน้ำควรหาฝาปิดให้มิดชิด
หรืออาจจะนำปลาที่กินลูกน้ำมาปล่อย หรือใส่ทรายอะเบทเพื่อฆ่าลูกน้ำ
โรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลาย (Aedes aegyti) ตัวเมีย
บินไปกัดคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออก
โดยเฉพาะช่วงที่มีไข้สูงเชื้อไวรัสแดงกีจะเพิ่มจำนวนในตัวยุงประมาณ 8-10
วัน เชื้อไวรัสแดงกี่จะไปที่ผนังกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง
เมื่อยุงกัดคนก็จะแพร่เชื้อสู่คน เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ 2-7
วันในช่วงที่มีไข้หากยุงกัดคนในช่วงนี้ก็จะรับเชื้อไวรัสมาแพร่ให้กับคนอื่น
ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็ก นายแพทย์สาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า
สำหรับมาตรการในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกในจังหวัดหนองบัวลำภูนั้น
ได้แจ้งไปยังโรงพยาบาลและสำนักงานสาธารณสุขทุกแห่งระดมเจ้าหน้าที่ทุกระดับ
ดำเนินการควบคุมโรคและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
โดยรณรงค์ให้ประชาชนล้างภาชนะกักเก็บน้ำในห้องน้ำและถังน้ำในครัวเรือนทุก
7-10 วัน นอกจากนี้ ในช่วงก่อนเปิดภาคเรียน 1 สัปดาห์
ได้ประสานขอความร่วมมือไปยังทุกโรงเรียนให้ดำเนินการ 4 ขั้นตอน
ซึ่งได้แก่
1. พ่นเคมีกำจัดยุงแก่
2. ปรับปรุงสิ่งแวดล้อม
3. ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
4. สำรวจและกำจัดลูกน้ำยุงลาย
นายแพทย์บุญชัย ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า
สถิติการเกิดโรคในปีนี้ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก
เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา
หนองบัวลำภูพบอีกระเบิดอาร์พีจี 2 ลูกโผล่กลางถนน
หลังหน่วยเก็บกู้ระเบิดเคลียร์พื้นที่ คาด
ชาวบ้านบอบนำมาทิ้งเพราะเริ่มเก่า
เนื่องจากบริเวณนี้เคยเป็นพื้นที่ีสีแดง
เมื่อวลา 10.30 น.วันนี้ (22 พ.ค.)
ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองหนองบัวลำภู รับแจ้งจากนายพอย ชินนะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่
3 บ.ดอนย่านาง ต.หนองภัยศูนย์ อ.หนองบัวลำภู ว่า
มีชาวบ้านพบลูกระเบิดขนาดใหญ่ 2 ลูกข้างทางขณะเข้าไปหาของป่าขาย
และเกรงว่าจะเป็นอันตรายขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย
หลังจากรายงานผู้บังคับบัญชาและหน่วยเก็บกู้ระเบิด
สภ.เมืองหนองบัวลำภูทราบ จึงเดินทางไปตรวสอบตามที่รับแจ้ง
ซึ่งเป็นบริเวณข้างทางของถนนสายหนองบัวลำภู-เรือนจำ
เส้นทางระหว่างตำบลหนองภัยศูนย์และตำบลกุดจิก และพบระเบิดอาร์พีจี (คอร์
80 และคอร์ 60 ) 2 ลูกในสภาพเก่าทรุดโทรม ถูกวางอยู่ริมรั้วข้างทาง
ึจึงเข้าทำการเก็บกู้ระเบิดไปเก็บไว้ยังที่ปลอดภัยเพื่อรอการทำลาย
ทั้งนี พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ ชัยชนะกุล สวป.สภ.เมืองหนองบัวลำภู
ซึ่งได้เข้าตรวจสอบพื้นที่พร้อมหน่วยเก็บกู้ระเบิดกล่าวว่า
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่า ระเบิดที่พบทั้งสองลูกนั้น
ถึงแม้จะอย่ในสภาพเก่าทรุดโทรมก็จริง แต่ก็พร้อมระบิดได้ทุกเมื่อ
เนื่องจากยังมีดินระเบิดหลงเหลืออยู่
ซึ่งคาดว่าเนื่องจากพื้นที่นี้คยเป็นพื้นที่สีแดง
ระเบิดที่พบน่าจะเป็นชาวบ้านนำมาวางทิ้งเอาไว้
เพราะระเบิดเริ่มเก่า หากเก็บเอาไว้ก็จะเป็นอันตรายและเกรงจะได้รับโทษ
จึงแอบนำมาทิ้งเอาไว้ดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้
ก็พบระเบิดชนิดเดียวกันในบริเวณพื้นที่นี้มาแล้วหลายลูก
ทั้งนี้ นายพลอย กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อ 20 ปีก่อน
พื้นีที่แห่งนี้เคยเป็นฐานการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน
หรือ อส.ในการร่วมปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้กับ ผกค.
และอาจเป็นที่มาของลูกระเบิดได้
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000057536
วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
รวบหนุ่มรถซิ่งฆ่าเพื่อนบ้านหลังเรียกค่าไถ่ไม่สำเร็จ
หลังญาติเข้าแจ้งความถูกขู่จ่ายเงิน 5 หมื่นแลก
ตามรวบตัวผู้ต้องหาสอบปากคำ
ท้ายสุดหนุ่มหมู่บ้านเดียวกันยอมรับสารภาพแค่ต้องการนำเงินแต่งรถซิ่ง
เมื่อเวลา 23.30 น.คืนที่ผ่านมา (20 พ.ค.) ร.ต.อ.สมคิด ชื่นชม
ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม
นายวิทยา ขามก้อน อายุ 18 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 ต.โนนทัน อ.เมืองหนองบัวลำภู
ซึ่งเป็นวัยรุ่นในหมู่บ้าน ขณะนอนอยู่ที่กระท่อมนาท้ายหมู่บ้าน
หลังสืบทราบว่าเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายประเมทร์
สุภาแดง อายุ 23 ปี (เสียชีวิตแล้ว) ชาวบ้านในชุมชนเดียวกัน
โดยก่อนหน้านั้น
ญาตินายปรเมทร์ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากได้รับข้อความ
ผ่านโทรศัพท์มือถือในลักษณะข่มขู่เพื่อเรียกค่าไถ่จำนวน 50,000 บาท
การเรียกค่าไถ่ครั้งนี้
เจ้าหน้าที่สงสัยว่านายวิทยาจะมีส่วนเกี่ยวข้องจึงควบคุมตัวมาสอบปากคำที่
สภ.เมืองหนองบัวลำภู
หลังจากที่ พล.ต.ต.กำพล ทับทิมไทย ผบก.ตร.ภ.จ.หนองบัวลำภู
ได้เข้าสอบปากคำผู้ต้องหานานกว่า 3
ชม.จึงให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าผู้ตายโดยการถ่วงน้ำแล้วเพราะไม่
ได้รับเงินตามที่ข่มขู่
เนื่อง จากต้องการเงินจำนวนดังกล่าวไปแต่งรถมอเตอร์ไซค์ที่เพิ่งซื้อมา
ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายวิทยาไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อค้นหาศพ
ที่เกิดเหตุเป็นบ่อน้ำธรรมชาติเชิงเขาภูพาน ใกล้กับวัดถ้ำกลองเพล
ต.โนนทัน อ.เมืองหนองบัวลำภู
หลังจากหน่วยกู้ภัยนเรศวรได้นำศพขึ้นมาในลักษณะสวมกางเกงขาสั้นตัวเดียว
ถูกมัดมือไพล่หลัง โยงมัดข้อเท้า และมีถุงใส่หิน 2
ก้อนขนาดใหญ่ผูกโยงกับข้อเท้าผู้ตายในลักษณะถ่วงน้ำหนัก
จึงนำศพมาเก็บไว้ที่โรงพยาบาลหนองบัวลำภูเพื่อตรวจผ่าพิสูจน์
ส่วนผู้ต้องหา
ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่าก่อเหตุคนเดียว
ก่อนควบคุมตัวไว้ที่ สภ.เมือง เพื่อสืบสวนสอบสวนประกอบคำรับสารภาพต่อไป